|
|
 |
|
ตั้งแต่
พ.ศ 2533 ที่พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ได้มาจำพรรษาที่วัดสุนันทวนาราม
เป็นครั้งแรก ช่วงนั้นในเขตบริเวณวัดยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากพอสมควร
โดยพบรอยเท้า สัตว์อยู่ทั่วไป พระอาจารย์เล่าว่าเย็นวันหนึ่ง
ตรงกับวันอาสาฬหบูชาพอดี พระอาจารย์ นั่งฉันน้ำปานะอยู่ด้วยกันกับพระฝรั่งอีก
2 รูป บนศาลาเล็กๆซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ก็มอง เห็นกวางตัวใหญ่เดินผ่านหน้าศาลา
นอกจากนั้นยังเคยเห็นเลียงผาวิ่งผ่านศาลา ทีแรกนึก ว่าเป็นควายแต่เมื่อมองดูชัดๆจึงรู้ว่าเป็นเลียงผาตัวใหญ่
นับตั้งแต่มาจำพรรษาที่นี่ พระอาจารย์ได้ทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา
จัดอบรมปฏิบัติธรรมให้แก่ประชาชนทั่วไป ควบคู่ไปกับงานพัฒนาพื้นที่ภายในเขตวัดให้พลิกฟื้นจากพื้นที่เสื่อมโทรมเป็นพื้นที่ป่าอุดม
สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการล่าสัตว์ป่าในบริเวณพื้นที่รอบวัดก็มีอยู่เนืองๆ
ซึ่งหาก ปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สัตว์ป่าใหญ่ๆคงสูญพันธ์
พระอาจารย์คิดเสมอว่า น่าจะดูแล รักษาชีวิตสัตว์ป่าและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ชาวบ้าน
โดยการใช้ธรรมะเป็นเครื่อง นำทางในการสร้างสังคมในอุดมคติ
ท่านอยากให้เห็นชาวบ้านมีชีวิตที่อยู่เป็นสุขมีความ สามัคคีเกื้อกูลกันระหว่างคน
สัตว์ป่าและธรรมชาติ ใช้ชีวิตตามหลักเศรษกิจพอเพียง พระอาจารย์ตระหนักดีว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยกันพัฒนาชุมชนและสังคมของ
เราให้น่าอยู่ สำหรับท่านเองในฐานะที่อยู่อาศัยในชุมชนแห่งนี้มากว่า
17 ปี ได้พึ่งพาอาศัย ธรรมชาติ ได้รับความเกื้อกูลจากชุมชนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
รู้สึกอยากตอบแทนให้แก่ สังคมและชุมชนที่เราอาศัยอยู่ เมื่อถึงเวลาซึ่งมีความพร้อมด้านบุคลากรพอสมควรแล้ว
จึงดำริให้ก่อตั้งมูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหนึ่งที่จะร่วมพลังในการ
พัฒนาชุมชนและธรรมชาติแวดล้อมให้น่าอยู่ เพื่อประโยชน์สุขอย่างยั่งยืนแก่สังคม
|
|
|