|
|
|
กิจกรรมการสร้างบ้านดิน |
 |
โครงการบ้านดิน
นับเป็นโครงการย่อยอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยให้คนอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
มูลนิธิพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกได้วางวัตถุประสงค์ดังนี้คือ
- ต้องการให้เกิดความสมานฉันท์เริ่มจากระดับสถาบันครอบครัว
ขยายไปเป็นสังคมระดับหมู่บ้าน เนื่องจากการสร้างบ้านดินต้องอาศัยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
- เป็นแบบอย่างสำหรับชุมชนอื่น
- ใช้เป็นสถานที่สำหรับอบรมธรรมะ และจัดสร้างเป็นห้องสมุดประชาชนขึ้น
อันเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการชุมชนร่วมใจรักษ์ป่า
รักษ์วัด พัฒนาจิตและสังคม |
|
การเริ่มโครงการ
โครงการบ้านดินได้เริ่มต้นดำเนินการตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๗
เมษายน ๒๕๕๐ เป็นต้นมา โดยเชิญวิทยากรมาบรรยาย พร้อมกับสาธิตขั้นตอนต่างๆ
โดยเริ่มจากกระบวนการคัดเลือกประเภทของดิน ส่วนผสมต่างๆ การย่ำดิน
จนถึงการทำบล็อกอิฐ
ขั้นตอนสร้างบ้านดิน
" บ้านดิน" ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. ทดสอบเนื้อดิน นำดินใส่ในแก้วสามในสี่ส่วน เติมน้ำให้ท่วมดิน
ใส่เกลือ 1 ช้อนชาคนแล้วคอยให้ตกตะกอน เพื่อสังเกตดูชั้นต่าง
ๆ ของเนื้อดิน แบ่งสัดส่วนของแก้วออกเป็น 10 ส่วน สิ่งที่หนักจะตกตะกอนก่อน
จะได้ กรวดหิน - -> ทราย หยาบ - - > ทรายละเอียด - - > ดินเหนียว
หากชั้นดินเหนียวได้สัดส่วน 2 ในส่วน 10 ส่วน ถือว่าดินนั้นสามารถนำมาสร้างบ้านได้
จากนั้นเติมน้ำลงในดินนวดให้เหนียว ลองปั้นเป็นเส้นกลม ๆ ขนาดนิ้วมือถ้าขาดแสดงว่าดินนั้นยังใช้ไม่ได้(ดินเหนียวเหมาะสำหรับการสร้างบ้านดินที่สุด
ซึ่งสามารถหาได้ทั่วไปในประเทศไทย)
2. หาสถานที่สำหรับเตรียมอิฐดิน ควรจะเลือกทำในบริเวณใกล้
ๆ กับพื้นที่ที่ต้องการสร้างบ้าน เพราะจะลดกำลังในการขนย้ายซึ่งควรจะเป็นพื้นที่ที่พ้นจากน้ำท่วมถึง
3. การทำอิฐดินเตรียมกระบะสำหรับผสมดินเหยียบนวดดินให้เหนียวหากดินเหนียวมากๆ
ควรจะแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืนจะทำให้นวดง่ายขึ้น หากดินเหนียวมาก
ๆ ให้ผสมแกลบหรือฟาง (หรือวัสดุใกล้เคียงที่หาได้ในพื้นที่)
และทราย ในอัตราทีสังเกตว่าดินที่เหยียบจะไม่ติดเท้าขึ้นมาและเห็นเป็นรอยเท้าบนเนื้อดินถือว่าดินได้ที่แล้ว
จากนั้นนำมาเทใส่พิมพ์ไม้ปาดให้เรียบและยกพิมพ์ขึ้นดินจะไม่ติดพิมพ์ในกรณีที่แดดดี
ตากทิ้งไว้ 1 วัน จากนั้นพลิกอิฐดินตั้งขึ้น จะทำให้ดินไม่ติดพื้นและแห้งเร็วขึ้น
ตากทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ เมื่ออิฐดินแห้งแล้วจะมีคุณสมบัติเหมือนกับอิฐมอญที่ไว้ใช้ก่อสร้างบ้านทั่วไป
ซึ่งขนาดดินที่เหมาะสมคือ หนา 4 นิ้ว กว้าง 8-10 นิ้ว ยาว
14 -16 นิ้ว (อิฐดิน 1 ก้อน = 15-20 กิโลกรัม)
4. เตรียมปูนสำหรับโบกอิฐดิน ซึ่งเป็นตัวดินชนิดเดียวกับที่นำมาทำอิฐดิน
5. หลังจากเลือกทำเลหนีน้ำแล้ว ต้องเทพื้นบ้านดินให้สูงพอสมควร
หรืออาจสร้างเป็นบันไดสูงขั้นสองขั้น เพื่อหนีความชื้นที่ระเหยมาจากพื้นดิน
และป้องกันปลวกใต้ดิน ( อย่างไรก็ดีปลวกไม่กินดิน) ซึ่งการเทฐานบ้านอาจใช้ปูนซิเมนต์เพื่อเพิ่มความแข็งแรง
6. บ้านดินไม่ต้องใช้เสาในการก่อสร้าง เพราะอิฐดินแต่ละก้อนถือว่าเป็นกำแพงของบ้านและเสาที่มั่นคงแข็งแรง
หลังจากเทพื้นแล้ว เริ่มก่อสร้างกำแพงชั้นล่างขึ้นเป็นตัวบ้าน
เว้นช่องใส่หน้าต่าง ประตู ซึ่งอาจจะมีวงกบไม้หรือไม่มีก็ได้
ขึ้นอยู่กับการออกแบบ
7. กรณีบ้านสองชั้นต้องรอให้กำแพงดินชั้นล่างแข็งแรงดีแล้วนำไม้เนื้อแข็ง
เช่น ยูคาลิปตัส ไม้ไผ่ ฯลฯ วางพาด นำไม้กระดานแผ่นใหญ่วางรองรับด้านล่าง
เทดินให้ทั่ว ๆ ปกคลุมไม้ที่วางพาดเลย
8. ก่อสร้างหลังคา ชายคา ซึ่งอาจจะใช้ดินหรือวัสดุอื่น ๆ ก็ได้
ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะน้ำเป็นอุปสรรคที่สำคัญที่สุดของบ้านดิน
9. ฉาบกำแพง เพดานให้พื้นเรียบหรือขรุขระตามชอบ
10. การใส่หน้าต่าง ประตู ต้องรอให้ดินแห้งสนิทเสียก่อน เพราะเมื่อดินแห้งจะหดตัวอีก
หากใส่กระจกขณะที่ยังไม่แห้ง อาจทำให้กระจกแตกได้
11. ตกแต่งทาสี แนะนำว่าเป็นสีดิน (สีที่ได้จากดิน ซึ่งมีหลายสีด้วยกัน
เช่น แดง เหลือง ม่วง เทา แตกต่างกันตามท้องถิ่น) ผสมกับทรายละเอียด
เพิ่มความเนียนด้วยกาวแป้งเปียกหรือยางกล้วย (วัสดุอื่น ๆ
ที่หาได้ในพื้นที่)
12. ตกแต่งภายในตามชอบสามารถปูพื้นด้วยกระเบื้องหรือปล่อยพื้นเปลือย
ๆ เป็นศิลปะญี่ปุ่นก็สวยงามดี. ข้อมูล : นิตยสารสานแสงอรุณ
ฉบับที่ 34 ก.ค. - ส.ค. 45/ |
|
|